“ท็อปกัน” จับมือ สมอ. เปิดปฏิบัติการตรวจค้นโกดังย่านคลองจั่น ยึดเครื่องจ่ายไฟ (Power Supply) และไฟเส้น LED ไม่มีเครื่องหมาย มอก. กว่า 85,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10.9 ล้านบาท เตรียมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจเข้มทั่วประเทศ พลเอก นักรบ บุญบัวทอง ประธานกรรมการเพื่อขับเคลื่อนและติดตามการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” (Top Gun) และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มอบหมายให้ นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” และ เจ้าหน้าที่ สมอ. ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังสินค้าแห่งหนึ่งย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการลักลอบนำเข้า และจำหน่ายเครื่องจ่ายไฟและไฟเส้น LED ที่ไม่ได้มาตรฐานให้กับร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่าง ๆ จำนวนมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อโครงข่ายโทรคมนาคมส่วนรวมได้

“จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเครื่องจ่ายไฟ จำนวน 6,981 หน่วย และไฟเส้น LED จำนวน 78,614 หน่วย รวมทั้งสิ้น 85,595 หน่วย ไม่มีเครื่องหมาย มอก. มูลค่ารวม 10,911,700 บาท จึงขยายผลต่อพบว่าสินค้าดังกล่าวนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายให้กับร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่าง ๆ ใช้ตกแต่งสถานที่ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะปล่อยสัญญาณรบกวนต่อเนื่อง ทั้งแบบสัญญาณรบกวนแถบกว้างและแถบแคบ ซึ่งเป็นอันตรายต่อความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า และสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง” พลเอก นักรบฯ กล่าว

ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องจ่ายไฟ หรือ Power Supply เป็นอุปกรณ์สำคัญในการแปลงกระแสไฟฟ้า ขณะที่ไฟเส้น LED นิยมใช้ตกแต่งป้ายโฆษณา ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานบันเทิง หากไม่ได้มาตรฐานอาจปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในอาคาร ซึ่งเป็นอันตรายต่อความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า และสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงหากเกิดความร้อนสะสมอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร และลุกลามเป็นเพลิงไหม้ได้ สมอ. จึงยึดอายัดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการรายนี้นำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ สมอ. จะขยายผลต่อว่าเป็นผู้จำหน่ายด้วยหรือไม่ หากพบว่าเป็นผู้จำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับรวมด้วย จึงขอฝากถึงประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้ออุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยขอให้สังเกตเครื่องหมายมาตรฐานและ QR Code บนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ทุกครั้ง เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน หากเป็นเครื่องจ่ายไฟและไฟเส้น LED ให้เลือกซื้อที่มีเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. 1955-2551 และตรวจสอบ QR Code บนสินค้า เพื่อยืนยันข้อมูลใบอนุญาตก่อนซื้อมาใช้งาน รวมถึงเลือกซื้อจากร้านค้าหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบร้องเรียนสายด่วน 1564 เพื่อร่วมกันป้องกันอันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน และลดโอกาสเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอนาคต พร้อมกันนี้ สมอ. ได้ประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เดินหน้าตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าดังกล่าวหลุดรอดสู่ตลาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟช็อต หรือเพลิงไหม้ สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เลขาธิการ สมอ. กล่าว

Previous post กระทรวงอุตฯ ผนึกกำลัง โมเดิร์นเทรด–หอการค้าไทย สร้างระบบนิเวศแห่งคุณภาพ คัดกรองสินค้า ก่อนถึงมือประชาชน พร้อมเปิดตัวโครงการ “Proactive Market Surveillance”
Next post สมอ. ปูพรมตรวจตลาดสำเพ็ง ยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. กว่า 1.9 หมื่นชิ้น เตือนภัยเงียบแฝงสารก่อมะเร็งและโลหะหนัก พร้อมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย